Showing posts with label wedding flowers. Show all posts
Showing posts with label wedding flowers. Show all posts

Monday, February 20, 2012

ช่อดอกไม้เจ้าสาวในงานแต่งงาน (Bridal Bouquet)

ช่อดอกไม้ ของเจ้าสาวในงานแต่งงาน หรือที่ฝรั่งเรียกว่า "Bridal Bouquet" นับเป็นสิ่งที่เจ้าสาวไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่เพิ่มเติมความสวยงามให้กับเจ้าสาวเวลาถ่ายรูปแล้ว ยังสร้างความรื่นเริงให้กับแขกในงานแต่งงานได้อีก นั่นก็คือ "การโยนช่อดอกไม้"

ช่อดอกไม้ จะทำหน้าที่คล้ายคำอวยพรต่อคู่บ่าวสาวเเละยังถูกส่งต่อไปถึงหญิง สาวที่ได้รับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวในช่วงท้ายพิธี ซึ่งจะเป็นการมอบความโชคดีในด้านความรักเเละการเเต่งงานให้กับเธอผู้นั้นทำ ให้การโยนช่อดอกไม้กลายเป็นไฮไลท์ที่เพิ่มสีสันให้กับพีธีเเต่งานได้ดีทีเดียว

ซึ่งหลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับพีธีการโยนดอกไม้เจ้าสาว แต่ทราบมั้ยคะว่าเจ้าช่อดอกไม้เเสนสวยที่บรรดาสาวๆ คอยยื้อเเย่งกันนั้น มีที่มาเเละความหมายอย่างไร การจัดเเละคัดเลือกช่อดอกไม้เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรพิถีพิถันไม่น้อยไปกว่าการเลือกชุดเเต่งงานของเจ้าสาวเลยทีเดียว ช่อดอกไม้ของเจ้าสาวควรดูกลมกลืนกับชุดเจ้าสาว เพื่อที่จะไม่ดึงความสนใจไปมากนัก ลักษณะการจัดช่อมีทั้งทรงกลมเเละทรงบาง ขนาดของช่อดอกไม้ไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดตัวเเละรูปร่างของเจ้าสาว เเละหากเป็นไปได้ควรเข้ากันกับสไตล์ชุดเจ้าสาว เเละธีมโดยรวมของงาน ไม่ใช่งานแต่งงานธีมสีฟ้าขาว แต่เลือกช่อดอกไม้สีแดงสดก็ดูขัดตาไปนิด เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าช่อดอกไม้โดดเด่นกว่าตัวเจ้าสาว ทางที่ดีเลือกช่อดอกไม้ที่มีสีสันสดใสพอประมาณจะดีกว่าค่ะ

ทั้งนี้ หากชุดเจ้าสาวมีรายละเอียดมากพอแล้ว ให้เลือกช่อดอกไม้สีเรียบๆ แต่ถ้าชุดเป็นแบบเรียบง่าย ไม่มีรายละเอียดมากนัก ก็ควรเลือกช่อดอกไม้ที่มีดีไซน์เก๋ๆ เพราะช่วยส่งให้ชุดเจ้าสาวดูเด่นน่ามองขึ้น ซึ่งดอกไม้เเต่ละชนิดที่นิยมถูกเลือกใช้นั้น มีความหมายที่แตกต่างกันออกไปดังนี้ค่ะ


ดอกกุหลาบ (Rose Flowers)
ดอกไม้ที่เป็นตัวเเทนของความรัก เเละใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด ช่อดอกกุหลาบในมือของเจ้าสาวสื่อความหมายถึงความรักอันโรแมนติก ความสวยงาม เสน่ห์ดึงดูด เเละรักแท้ระหว่างคู่บ่าวสาว


ดอกลิลลี่ ออฟ เดอะวาลเลย์ (Lily of the Valley Flowers)
ลักษณะคล้ายรูประฆังโบสถ์ เป็นดอกไม้อีกชนิดที่เป็นที่นิยม เพราะสามารถเข้ากันได้ดีกับชุดเจ้าสาว ด้วยสีที่ขาวสะอาดบริสุทธ์ ซึ่งสื่อความหมายได้ถึงความสุขของเจ้าสาวและเส้นทางที่จะนำไป พบความสุขเหมือนดังได้อยู่บนสรวงสวรรค์


ดอกคาลล่าลิลลี่ (Calla Lily Flowers)
ลักษณะคล้ายทรัมเป็ต สื่อถึงความหรูหรา สง่างามของเจ้าสาว ซึ่งจะโดดเด่นตราตรึงอยู่ในใจของเจ้าบ่าวตลอดไป


ดอกทิวลิป (Tulip Flowers)
เป็นตัวแทนของความรักที่เต็มเปี่ยมระหว่างคู่สมรสและเเทนความสุขสดใหม่ของความรักตลอดไป


ดอกเรนันคูลัส (Ranunculus Flowers)
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันกับดอกกุหลาบ แต่จะมีกลีบดอกสั้นเเละซ้อนตัวกันหนาเเน่นกว่าดอกกุหลาบ หมายถึง การตกหลุมรักกันอย่างลึกซึ้งของคู้บ่าวสาว

Monday, November 28, 2011

การจัดดอกไม้ในงานแต่งงาน (Wedding Flowers)

ดอกไม้ในงานแต่งงาน เปรียบได้กับเครื่องประดับชิ้นสวยของงาน ที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้ต้อนรับสร้างความประทับใจให้กับแขกเหรื่อ และยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้ความทรงจำที่เก็บไว้ในภาพถ่ายงดงาม

นักจัดดอกไม้ได้เห็นพ้องต้องกันว่า การจัดดอกไม้ในงานแต่งงานไม่ได้ยึดถือเรื่องเทรนด์เป็นสำคัญ ขึ้นอยู่กับฤดูกาลของดอกไม้และความชอบของคู่บ่าว-สาวมากกว่า ดังนั้นก่อนจะไปพบนักจัดดอกไม้ คุณควรทำการบ้านโดยการพูดคุยตกลงกันว่าด้วยประเด็นต่างๆดังต่อไปนี้

1. ต้องมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนในใจ ว่าจะจัดงานแต่งงานแบบไหน ชอบดอกไม้โทนสีอะไร สไตล์ไหน ทุกวันนี้คนนิยมจัดดอกไม้โทนสีขาว-เขียว เพราะเป็นสีที่ปลอดภัยหายห่วง ดูเรียบร้อยและโก้หรู แต่เวลาถ่ายรูปออกมาสีอาจจืดชืดไป ถ้าคุณชอบสีสันสดใส แนะนำให้ลองจัดธีมสีแดง-ชมพู หรือสีเหลือง-ส้ม โทนสีเหล่านี้มีดอกไม้ให้เลือกใช้ได้มากมายหลายชนิด

เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้ว อย่าลืมถามความเห็นชอบของครอบครัวด้วย โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ที่ช่วยซัพพอร์ทงบประมาณการจัดงานแต่งงานให้คุณ หากขัดแย้งกันควรพูดคุยให้เข้าใจ ดีกว่าต้องมารื้อหน้างาน เพราะจะเป็นเรื่องวุ่นวายมาก

2. หาสถานที่จัดงานให้เรียบร้อยเสียก่อน คอนเซ็ปต์ของดอกไม้ที่คุณคิดไว้ควรไปกันได้กับสไตล์ของห้องที่จะจัดงาน เช่น ถ้าห้องหรูหรา ใหญ่โต แต่อยากจัดดอกไม้สไตล์มินิมัลลิสม์คงไม่เหมาะ เพราะดอกไม้จะจมหายไปทันที

3. ตั้งงบประมาณ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้ความสำคัญกับดอกไม้ในงานแต่งงานมากแค่ไหน นักจัดดอกไม้ส่วนใหญ่ชอบให้ลูกค้าบอกงบประมาณในใจมาก่อน เพราะจะทำงานได้ง่ายขึ้น รู้ว่าควรจะครีเอทมากแค่ไหน เพราะถ้าให้คิดไปก่อนโดยไม่บอกงบประมาณ บางคนอาจมีไอเดียบรรเจิด อยากสร้างสรรค์งานของคุณให้สวยที่สุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะติดเรื่องงบประมาณ ทำให้เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย

เมื่อทราบงบประมาณคร่าวๆ นักจัดดอกไม้จะดีไซน์การจัดดอกไม้เลือกชนิดของดอกไม้ที่จะใช้ แล้วกลับมาคุยกันอีกครั้ง หากคุณชอบใจและตกลงราคากันได้ จะต้องเตรียมสตางค์ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานล่วงหน้าด้วย จำนวนเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จะตกลงกัน

4. ควรมีเวลาเตรียมงานล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน เพราะนักจัดดอกไม้จะต้องไปดูขนาดห้องที่จะจัดงานเพื่อออกแบบและคิดคำนวนว่า จะต้องใช้ดอกไม้มากน้อยแค่ไหนถึงกำลังสวย แล้วจึงสั่งดอกไม้ ดอกไม้บางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แล้วยังต้องเตรียมงานโครงสร้างต่างๆ เช่น โครงเหล็กซุ้มประตู ทำ backdrop หรือฉากหลังไว้สำหรับถ่ายรูป


credit: http://www.readyviva.com/
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...